ชีวิตสุดลำเค็ญ น้องแป้ง นักเรียนชั้นม.4 แชมป์เหรียญทองวิชาการระดับประเทศ อาศัยอยู่กับตายาย เผยฝันอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้ชีวิตจะได้เรียนต่อหรือไม่ ระบุของขวัญวันเด็กปีนี้ “อยากได้การศึกษาต่อ”

Loading...

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่โรงเรียนวัดสวายน้อยวิทยา ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนสงเคราะห์ของเอกชนตั้งอยู่ชายแดน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา ได้มีการจัดเตรียมงานวันเด็กแห่งชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้คำขวัญประจำปีนี้ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” โดยกลุ่มนักเรียนที่ส่วนใหญ่ทางบ้านมีฐานะยากจน ต่างตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกันสนุกสนาน ได้จัดเตรียมสถานที่รองรับเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองที่มาร่วมงาน

น.ส.นันทิกานต์ ศิริบุตร คุณครูประจำโรงเรียนวัดสวายน้อยวิทยา กล่าวว่า เมื่อถึงวันเด็กทุกปี ทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญของเด็กและเยาวชน ในการจัดงานสร้างความสนุกสนานและแจกของขวัญให้เด็กๆเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ทางบ้านมีฐานะยากจน อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ได้มีโอกาสสนุกสนานกันปีละครั้ง

“สำหรับของขวัญที่เด็กบางคนต้องการไม่ใช่ของเล่น หรือขนม แต่มีความฝันคือ อยากจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่อาจไม่มีโอกาสทั้งที่มีผลการเรียนดีระดับ 3.78 และมีความสามารถเป็นแชมป์เหรียญทองการแข่งขันทักษะวิชาการภาษาอังกฤษและอื่นๆ ระดับประเทศ แต่ทางบ้านมีฐานะค่อนข้างยากจนกว่านักเรียนอีกหลายๆคน ต้องอาศัยกินข้าวเที่ยงกับโรงเรียนเป็นประจำ” น.ส.นันทิกานต์ กล่าว

โดย น.ส.นันทิกานต์ ได้พาไปพบกับ น.ส.พัชราภรณ์ หรือ น้องแป้ง มนตรี อายุ 17 ปีเต็มวันนี้ เพราะเป็นวันเกิดของน้องแป้งพอดี โดยพบว่า น.ส.พัชราภรณ์ กำลังซ้อมร้องเพลงที่จะใช้ร้องสร้างความบันเทิงให้กับเพื่อนนักเรียนและน้องๆในวันเด็ก

น.ส.นันทิกานต์ กล่าวว่า ปัจจุบันน.ส.พัชราภรณ์เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความชื่นชอบในการร้องเพลงทั้งเพลงลูกทุ่ง และเพลงสากล ทำให้มีความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน การพูด การร้องเพลง และการเล่านิทานเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้รับรางวัลการแข่งขันทักษะการใช้ภาษาระดับเหรียญทองของประเทศหลายรายการ

ต่อมา น.ส.นันทิกานต์ ได้พาลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านพักอาศัยของ น.ส.พัชราภรณ์ ที่อาศัยอยู่กับตาและยาย ที่อ.นาจะหลวย ห่างจากโรงเรียนแห่งนี้กว่า 40 กิโลเมตร โดยสภาพบ้านตายายและน้าที่พักอาศัยอยู่รวมกันถึง 6 คน เป็นเพียงเพิงหมาแหงน ใช้ต้นยูคาลิปตัสทำเป็นเสาบ้าน หลังคามุงด้วยสังกะสีและหญ้าคา มีสภาพเก่า โดยไม่มีผนังทั้ง 4 ด้าน

 

ส่วนน.ส.พัชราภรณ์ เมื่อโตเป็นสาว เพื่อนบ้านได้อนุญาตให้นำสังกะสีมากั้นทำเป็นที่พักขนาด 2X2 เมตร ไม่มีประตูและหน้าต่าง มีเพียงมุงเก่าๆ กับกองหนังสือเรียนที่น้องแป้งใช้อ่านทบทวนการเรียนวางรวมกันอยู่ และทั้งบ้านมีเพียงหลอดตะเกียบที่เพิงของตายาย และที่เพิงของน้องแป้งอย่างละ 1 หลอด โดยไม่มีเครื่องไฟฟ้าอำนวยความสะดวกใดๆ สำหรับห้องน้ำก็เป็นเพียงห้องส้วมใช้ถ่าย เวลาอาบน้ำน้องแป้งต้องสวมผ้าถุงยืนอาบน้ำกลางแจ้ง

น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่กับตายายและน้าตั้งแต่ยังเล็ก หลังจากพ่อแม่ของแยกทางกัน ก็ทิ้งตนให้อยู่กับตายายที่มีรายได้จากการเป็นคนงานรับจ้างตัดอ้อย หลังฤดูตัดอ้อยผ่านไป ตายายก็สานหวดใช้นึ่งข้าวเหนียวไปแลกข้าวกับเพื่อนบ้าน หรือขายในราคาใบละ 10 บาท และมีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชรา รวมทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนน้าชายอีก 2 คน มีอาการทางประสาท ไม่สามารถทำงานได้ มีเพียงน้าชายคนเล็กที่เพิ่งได้งานเป็นเด็กปั๊มน้ำมันในอำเภอ ที่นำมาจุนเจือกัน ซึ่งตาและยายก็บอกกับตนว่า เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ไม่มีปัญญาส่งเสียให้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ตามที่ตนได้ฝันเอาไว้ว่า ถ้าเรียนจบจะกลับมาเป็นทำงานเป็นครูสอนเด็กนักเรียนในชนบทบ้านเกิด

น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวอีกว่า ตอนแรกก็รู้สึกหดหู่ที่ตนจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ แต่ก็เข้าใจตากับยายที่อายุมากแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานหนักหาเงินมาส่งเสียให้ตนได้เรียนต่อไปจนถึงความฝันได้ เมื่อครูประจำชั้นถามในห้องเรียนว่า วันเด็กปีนี้ ต้องการของขวัญเป็นอะไรบ้าง เพื่อโรงเรียนจะได้จัดหามาให้กับเด็ก

“หนูบอกคุณครูว่า “อยากได้การศึกษา” เพราะต้องการเดินไปให้ถึงความฝันที่อยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับรุ่นน้อง เพราะภาษาอังกฤษเป็นความจำเป็นในการใช้ประกอบอาชีพ เพื่อใช้สื่อสารกับคนประเทศอื่นที่มาทำงานหรือท่องเที่ยว เพราะประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมอาเซียนแล้ว” น้องแป้ง กล่าว

น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นของขวัญวันเด็กสำหรับตน ซึ่งกำลังจะก้าวพ้นจากความเป็นเด็กมาเป็นสาว ก็ยังคงมีความฝันอยากได้ของขวัญในวันเด็กเป็นการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นฝันที่ตั้งใจขอมาโดยตลอดทุกปี สำหรับอนาคตจะเป็นเช่นไร อาจจะได้เรียนต่อ หรือไม่ได้เรียนต่อก็จะไม่ท้อ จะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด จนถึงวันสุดท้ายในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อเรื่องความฝันที่เป็นจริงแค่ไหน น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวว่า หากเป็นได้จริง ตนจะกราบขอบพระคุณมาก และก็ยังตั้งใจที่จะเรียนต่อแล้วจบออกมาเป็นครูในชนบท เพื่อกลับมาดูแลตายายและครอบครัวที่อ.นาจะหลวย ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

ทั้งนี้ หากมีผู้ใจบุญต้องการร่วมสานฝันให้ น.ส.พัชราภรณ์ เด็กสาวที่มากด้วยความสามารถดีกรีแชมป์แข่งขันทักษะวิชาการเหรียญทองระดับประเทศ เพื่อให้เดินไปถึงตามความฝันที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ยังเด็กๆ สามารถร่วมเติมฝันได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชีร่วมนางสาวพัชราภรณ์ มนตรี หรือ นางสาวนันทิกานต์ ศิริบุตร หรือนายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองดีเลิศ เลขที่บัญชี 020260025455 สาขาอำเภอน้ำยืน

หรือติดต่อหมายเลข 097-326-2974 นายวชิรวิทย์ รุ่งเรืองดีเลิศ ครูที่ปรึกษา และนางสาวนันทิกานต์ ศิริบุตร ครูแนะแนว หมายเลข 084-823-3248 ส่วนน้องแป้งไม่มีโทรศัพท์มือถือพงษ์สันต์ เตชะเสน-รายงาน

อัลบั้มภาพ

   

 

ที่มา ข่าวสด

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here