Loading...
หน้าแรก Last News อีก 6 เดือนค่อยใช้! ใบขับขี่มือถือ ตร.ยันพกแบบเดิมไปก่อน อย่าหวังมาสวมบัตร

อีก 6 เดือนค่อยใช้! ใบขับขี่มือถือ ตร.ยันพกแบบเดิมไปก่อน อย่าหวังมาสวมบัตร

222
0

อีก 6 เดือนค่อยใช้! ใบขับขี่มือถือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะนำเข้าสู่ที่ประชุม สาระสำคัญจะยกเลิกยึดใบขับขี่ของตำรวจ ตร.ยันพกแบบเดิมไปก่อน อย่าหวังมาสวมบัตร มีวิธีตรวจ

Loading...

ใบขับขี่มือถือ วันที่ 15 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ศ. ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศใช้ระบบใบขับขี่ดิจิตอล ผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน DLT QR Lincence ซึ่งจะเริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรกว่า ทางตำรวจเห็นด้วยที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาใช้ในระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้เมื่อได้เปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นแล้ว ก็สามารถนำใบขับขี่ดิจิตอลมาแสดงควบคู่กับบัตรเดิมได้ อ่านข่าว ขนส่งยัน ม.ค.62 เริ่มใช้ ใบขับขี่ดิจิทัล โหลดแอพใส่มือถือ ตร.เรียกตรวจไร้กังวล 

แต่ทั้งนี้ผู้ใช้รถยังคงต้องพกใบขับขี่แบบเดิมไปก่อนจนกว่ากฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยในวันที่ 17 ม.ค.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกเพื่อแจ้งให้ทราบ โดยวาระสำคัญคือการยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ของเจ้าหน้าที่ที่เป็นปัญหาอยู่ ก่อนที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจะเสร็จสิ้น

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะสามารถปฏิบัติได้ตาม มาตรา 140 วรรค 3 เพื่อกล่าวตักเตือน หรือ ออกใบสั่งให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิดภายในเวลา 7 วัน แต่หากผู้ขับขี่รายนั้นปฏิเสธไม่ทำตาม หรือไม่มีใบขับขี่แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154 โดยในขั้นตอนทั้งหมดนี้ จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่

เมื่อถามว่าใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสามารถรองรับประชาชนทั้งในเมือง หรือต่างจังหวัดได้ทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ขอเพียงมีใบขับขี่และบัตรประชาชน ตำรวจก็จะสามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบได้ว่า บุคคลนั้นมีสถานะใบขับขี่อย่างไร หมดอายุแล้วหรือไม่ หรือมีใบสั่งค้างติดตัวอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่แบบใหม่ก็ได้ ส่วนการสวมบัตรของผู้อื่นมาใช้นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบัตรประชาชนตามเลข 13 หลัก และทางตำรวจก็จะต้องตรวจสอบซ้ำว่าใบขับขี่ที่แสดง เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ปรากฏในระบบด้วยหรือไม่

ที่มา ข่าวสด
Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here