Loading...

ภายหลังจากที่ มข.ได้เคลื่อนสรีระสังขาร “หลวงพ่อคูณ” มาที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก เพื่อร่วมประกอบพิธิพระราชทานเพลิงศพและเพื่อให้ประชาชนชาวพุทธร่วมวางดอกไม้จันทน์ และกราบสักการะสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ แสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนมีพิธีฌาปนกิจ บริเวณฌาปนสถานเมรุชั่วคราว หลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในวันที่ 29 ม.ค. นี้

สาธุ

พระชาคริสต์ อภิปาโล (ลิ้มชูวงษ์) หรือพระจก อายุ 26 ปี และพระธีทัต ญาณวโร (ลิ้มชูวงษ์) หรือพระทา อายุ 24 ปี สองพี่น้อง ที่ได้บวชอุทิศส่วนกุศล ให้กับหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในฐานะลูกบุญธรรมที่หลวงพ่อคูณเคยให้ความเมตตา อนุญาตให้เรียกท่านว่าพ่อ  ซึ่งในวันนี้ทั้ง 2 รูป ได้ทำตามเจตจำนงค์ที่หลวงพ่อคูณเคยสั่งเสียไว้แล้ว

โดยทั้งพระธีทัต และพระชาคริสต์ บอกว่า หากแม้หลวงพ่อคูณจะไม่สั่งเสียหรือขอให้บวชให้ ก็ตั้งใจที่จะบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้หลวงพ่อคูณอยู่แล้ว เพราะไม่ได้เคารพนับถือท่านในฐานะพ่อเท่านั้น แต่ยังเคารพท่านในฐานะครู เพราะทุกครั้งที่เข้าไปกราบหลวงพ่อคูณ ท่านจะคอยปลูกฝังให้เป็นคนกตัญญู และเสียสละ

ต่อมา พระจก เล่าว่า แม่อาตมาไม่มีลูก เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ภายในมดลูก แม่อาตมาไปหาหมอทำกิฟท์หมดเงินไปมากมายก็ไม่สำเร็จ จึงเดินทางไปขอลูกกับหลวงพ่อคูณ ซึ่งท่านบอกกับแม่อาตมาว่าจะให้ลูกเป็นชาย 2 คน แต่จะต้องไปทำศิวลึงค์ที่วัดโพธิ์ตามพิธีกรรม จากนั้นไม่นานแม่อาตมาก็ตั้งครรภ์เกิดอาตมา

สาธุ

ท่านตั้งชื่อให้ว่า ‘จก’ หมายความว่า “ล้วง” มาจากขั้นตอนในพิธีกรรม ถัดมาอีก 2 ปี แม่ก็ตั้งครรภ์ และคลอดพระธีทัต ชื่อ ‘ทา’ เป็นไปตามที่หลวงพ่อคูณได้บอกไว้ เท่าที่จำความได้ อาตมาจะคลุกคลีกับท่านในวัยเด็กเสียมาก และเรียกว่าพ่อแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอเลิกเรียนทุกวันก็จะไปหาหลวงพ่อที่วัด ไปเล่นไปดูแลท่านตลอด

หลวงพ่อใจดีมาก เวลาดื้อเวลาซน หลวงพ่อจะคอยสั่งสอน ตักเตือนในแบบของท่าน บอกให้ตอบแทนคุณบิดามารดา ผู้มีพระคุณ และสอนให้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ต้องยึดติด ซึ่งอาตมาก็ยึดถือมาใช้ในการดำเนินชีวิตเมื่อโตขึ้นมาได้เรียนชั้นมัธยม จนเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยได้มีเวลากลับไปหาหลวงพ่อ แต่เมื่อหลวงพ่อคูณอาพาธหนัก ก็เข้าไปดูแล พาเดินกายภาพ ป้อนข้าวป้อนน้ำ

ทางด้าน พระทา เล่าว่า กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ท่านได้ลงบันทึกพินัยกรรมไว้ ในเย็นวันเดียวกันท่านก็อาพาธ อาตมาก็เข้าไปพูดคุยและท่านก็บอกว่า ‘ถ้ากูตาย มึงบวชให้กูหน่อยได้ไหม 3 วัน’ ตอนนั้นพวกอาตมาก็ยังเล็ก ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่เพราะท่านเป็นทั้งพ่อ และพระที่คนให้ความเคารพนับถือ ดีมีเมตตา มีหรือที่จะไม่ทำให้ อาตมากับพระทาก็ตอบตกลง

ได้พบเจอเห็นท่านอยู่ตลอด ก็พาอาตมาไปดูอยู่ที่ไหน เห็นเป็นวิมาน 8 เหลี่ยมสีขาวทั้งหลัง มีท่านนั่งอยู่รูปเดียว ท่ามกลางวิหาร ในมือถือยาเส้น และมีกระโถนตั้งอยู่ และได้พาไปรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เป็นปกติเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่” พระจกเล่า และว่า นอกจากหลักธรรมคำสอนสั่งที่ท่านให้ไว้ ก็จะมอบเครื่องรางของขลังไว้ด้วยบ้าง และท่านก็จะบอกว่า ‘กูให้มึง กูให้มึง’ สำหรับอาตมา แค่เป็นลูกบุญธรรมของท่านเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

กูสบายใจหลายมึงเอ้ย

แค่นี้กูก็สุขแล้ว

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here