Loading...

จากกรณีที่ พิมรี่พาย หรือ พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ แม่ค้าออนไลน์ ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่บนดอยสูง ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ด้วยการทุ่มเงินกว่า 5 แสน ให้เด็กๆ บนดอยได้มีไฟฟ้าใช้ ด้วยการนำแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นมาติดตั้ง ซื้อโทรทัศน์ จัดหาอุปกรณ์สร้างแปลงผักและสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆให้เด็ก

ขณะเดียวกัน หลังจากอาจารย์ ม.ดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวก็พบว่า มีชาวเน็ตหลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

จริงๆการติเพื่อก่อมันเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะคะ เเต่งงว่าในเนื้อโพสที่ไม่ได้แสดงถึงเเนวทางการแก้ไขปัญหาหรือยกงานวิจัยที่สามารถนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้

นางทำโฆษณาให้ตัวเองผ่านการผลิตซ้ำระบบอุปถัมภ์ค่ะ จริงๆเด็กๆเขาเรียนรู้ความฝันของการมีอาชีพมาจากการบอกต่อกันมาแล้วของคนเคลื่อนย้ายไปมา แต่ถ้าลงไปถึงปัญหาในแต่ละกลุ่มเด็กไม่สามารถเลือกอาชีพได้ตามฝัน

มันคือการสร้างทางเลือกให้เค้าค่ะ ให้เค้าเลือกเองว่าอยากเป็นแบบไหน ไม่ใช่ปิดหูปิดตา

โดยอาจารย์ ม.ดัง ได้โพสต์ข้อความคอมเม็นต่อว่า ไม่เคยบริจาคเงินให้พวกเด็กชาวเขาเป็นหลายแสนหรอกนะคะ เพราะไม่ได้ร่ำรวย และไม่เคยคิดว่าการบริจาคเงินเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ถ้าถามสิ่งที่เคยทำมาในฐานะที่เป็นนักวิชาการ เคยไปขึ้นศาลช่วยคดีชาวบ้านกะเหรี่ยงที่อมก๋อยนี่ล่ะค่ะ ถูกป่าไม้ฟ้องไล่จับจะขังคุกข้อหาตัดไม้ทำไร่ เอางานวิจัยเรื่องไร่หมุนเวียนที่ทำนี่ล่ะค่ะ ไปให้ศาลอ่าน เพื่อจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า ระบบวิถีชีวิตของชาวบ้านบนดอยนั้นเป็นอย่างไร ตลอดชีวิตทำงานวิจัยที่ผ่านมา ตลอดจนการทำงานเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่งานวิจัย พยายามทำให้คนชนชั้นกลาง และรัฐ เข้าใจผู้คนบนดอยมากขึ้นมาตลอด อย่างที่บอกในโพสต์ค่ะ ความฝันไม่ได้สร้างกันง่ายๆด้วยการติดทีวีให้ดู การให้นั้นไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่อย่าใช้การให้มากล่าวอ้างว่าเป็นการสร้างความฝันให้คน และอย่าใช้วาทกรรมความขาดแคลนทางวัตถุ มาปิดบังโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียมที่กลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูงเผชิญมาตลอด

ขอบคุณ siamtopic

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here