Loading...

จากกรณีเหตุการณ์อื้อฉาว คลิปพยาบาลกระชากคนไข้ในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสมสำหรับบุคคลในวิชาชีพพยาบาล ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ป่วย ตามที่ปรากฏในคลิปเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางผู้บริหารโรงพยาบาลได้ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น

 

ล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. สมาชิกเฟซบุ๊ก Kajorn Suntrapiwat ของ นพ.ขจร สุนทราภิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นแผนการทำลายชื่อเสียงของทางโรงพยาบาล ระบุว่า

ผมได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เป็นข่าว

1.) เป็นการวางแผนสมคบคิดในการใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของโรงพยาบาล โดยเป็นการวางแผนของผู้ช่วยพยาบาลที่ถูกไล่ออกออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากไปแอบอ้างทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนแล้วไปก่อปัญหาเรื่องทุจริตทางกับโรงพยาบาลเอกชนก็เลยสอบถามมาที่โรงพยาบาลพุทธชินราชความเลยแตก แล้วผู้ช่วยพยาบาลคนนี้ก็มีปัญหาส่วนตัวกับพยาบาลที่เป็นข่าวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กัน

2.) การตั้งกล้องถ่ายแล้วภาพที่เห็นดูว่าหยาบและรุนแรงแต่ความจริงคือ ผู้ป่วยคนนี้อายุ ~90 ปี เป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคถุงลมโป่งพองนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบ 2 เดือนเพราะไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ แล้วผู้ป่วยดึงท่อช่วยหายใจมา 5 ครั้งแล้ว จนต้องมัดแขนขาผู้ป่วย พยาบาลที่ตกเป็นข่าวก็เกิดเมตตาเห็นว่าผู้ป่วยดิ้นจนเป็นแผลที่ข้อมือจึงไปเอาที่มัดแขนออกพอพยาบาลเผลอก็ดิ้นเพื่อจะดึงท่อช่วยหายใจออกอีกและผู้ป่วยมาถึงขอบเตียงอาจทำให้เกิดท่อช่วยหายใจหลุดและตกเตียงได้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือต้องออกแรงดันผู้ป่วยกลับจึงเห็นภาพอย่างที่ปรากฎเป็นข่าว

3.) ภาพที่ดูรุนแรงคือขว้างผ้ายางรองตัวผู้ป่วยใส่คนไข้ อันนี้เป็นที่มุมกล้องครับ ปกติต้องใช้พยาบาล 2 คนทำงานนี้ เลยใช้การโยนผ้ายางข้ามตัวผู้ป่วยไปภาพที่เห็นก็เลยดูหยาบแต่จริงๆ แล้วถ้าทำคนเดียวก็เป็นเทคนิคไม่ได้ทำร้ายคนไข้ถ้าเคยมาเห็นสภาพหอผู้ป่วยในของแผนกอายุรกรรมจะเห็นว่าคับแคบแออัดมามีอุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นเครื่องช่วยหายใจ อุปการณ์ดูดเสมหะและอื่นๆ ทางเดินจะเดินเข้าระหว่างเตียงแทบจะไม่มีการเข้าไปดูแลผู้ป่วยทำได้ยากจะเห็นการโยนผ้ายางข้ามผู้ป่วยเป็นธรรมดามากสำหรับการดูแลผู้ป่วยในสถานที่คับแคบและจำนวนมากขนาดนี้

ปกติหอผู้ป่วยอายุรกรรมตามมาตรฐานต้องไม่มีผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจแต่ในบริบทของโรงพยาบาลศูนย์ของรัฐทั้งประเทศจะมีผู้ป่วยแบบนี้มากมายในหอผู้ป่วยสามัญซึ่งการดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจต้องทำในไอซียูถึงจะถูกต้องเหมาะสม

ส่วนตัวผมรู้จักกับน้องพยาบาลคนนี้มานาน ทำงานดีจริงจังกับงานไม่ได้มีความก้าวร้าวอะไรถ้าไม่อึดทึกทนก็ไม่สามารถอยู่ในหอผู้ป่วยอายุรกรรมเป็นเวลาเกือบ 15 ปีได้ครับ สรุปผมเห็นใจพยาบาลคนนี้ที่ตกเป็นเหยื่อของสังคมโซเชียลที่ชอบตัดสินถูกผิดไปโดยขาดวิจารณญาณและข้อเท็จจริง เหยื่ออธรรม

ที่มาข่าวสด
Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here